อสังหาริมทรัพย์ตีปีกรบ.เตรียมลดดอกเบี้ย
อสังหาฯ ตีปีกรบ.เตรียมลดดอกเบี้ย ได้โละบ้านเก่ากว่า 50% กอร์ปศักด์ ยันไม่ได้อุ้มคนรวย
แบงก์ชี้ลดภาษีกู้บ้าน คนซื้อบ้านหรูหลังละ 4-5 ล้านได้ประโยชน์ ธุรกิจอสังหาฯตีปีก ได้โละบ้านที่ค้างกว่า 50% เครือแลนด์ฯ-แสนสิริ ส้มหล่นทันที กอร์ปศักดิ์ ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ มีแผนช่วยธุรกิจอื่นอยู่แล้ว นายกฯ เตรียมเงิน 3 แสนล้านกระตุ้นเศรษฐกิจ ัััััััััมาร์ค เตรียมใช้3แสนล.ดึงศก.
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ยืนยันว่ารัฐบาลเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3 แสนล้านบาท โดยมาจากการเพิ่มวงบประมาณประจำปี, เงินกู้จากธนาคารของรัฐที่จะนำไปใช้เพื่อพยุงราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวกับยางพารา และการโยกเงินงบประมาณสำหรับรัฐบาลส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีการเบิกจ่ายกลับมาใช้ในแผนกระตุ้นครั้งนี้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีถือว่าเป็นแผนกระตุ้นครั้งใหญ่ทีเดียว และเป็นการปรับเพิ่มวงเงินขึ้นจากเดิมที่เคยประมาณกันไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วถึง 100,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะใช้เพิ่มรายได้ให้กับชาวชนบทผ่านก่อสร้างถนน คลอง และการพยุงราคาสินค้าเกษตร ในขณะที่เงินอีกส่วนหนึ่งจะใช้ฝึกอบรมพนักงานที่ถูกลอยแพอันเป็นผลมาจากการส่งออกลดลง โดยจะใช้เงิน 1 แสนล้านบาทเพื่อปล่อยกู้ผ่านธนาคารของรัฐทั้งเพื่อช่วยพยุงราคาสินค้าเกษตรและเพิ่มสภาพคล่องให้กับกิจการขนาดกลางและขนาดเล็ก
ถกชวนวิกฤติหนักกว่าปี 40
เวลา 12.00 น. ที่พรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าพบนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ที่ชั้น 3 ตึกควงอภัยวงศ์ ใช้เวลาหารือร่วม 20 นาที จากนั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มาขอคำแนะนำปัญหาภาพรวม โดยเฉพาะบางปัญหา เช่น ปัญหาภาคใต้ แต่ที่เป็นห่วงคือเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหาแรงงาน งบประมาณกลางปี มีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนทั้งการชะลอการเลิกจ้าง และการป้องกันการว่างงาน โดยจะใช้ได้ทันทีหลังจากแถลงนโยบาย รัฐบาลพยายามเดินหน้าให้เร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน
วิกฤตขณะนี้หนักกว่าปี 2540 โดยปี 2540 เกิดจากวิกฤติภายในบ้านเรา โดยเริ่มจากภาคการเงินมีปัญหา ไม่มีการปล่อยสินเชื่อจึงไปกระทบกับธุรกิจ แต่ปีนี้มาจากข้างนอก ธุรกิจในประเทศเจอปัญหาเรื่องการส่งออกและเรื่องท่องเที่ยว มั่นใจว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลรับมือไหวอย่างแน่นอน นายกฯ กล่าว
วอนแรงงานอย่าชุมนุมซ้ำเติม
นายอภิสิทธิ์ ระบุด้วยว่า ขอร้องบรรดาพี่น้องผู้ใช้แรงงานเป็นพิเศษคือ การชุมนุมเรียกร้องใด ๆ อยากให้รักษาความสงบเรียบร้อย เพราะฉะนั้นจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมความเชื่อมั่น และภาวะเศรษฐกิจ อยากให้ลูกจ้างได้มีการทำความเข้าใจกับนายจ้างเพื่อสอบทานความเข้าใจกันให้ดีว่าสถานะทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไร หากไม่ตรวจทานสถานะที่แท้จริงของผู้ประกอบการก็จะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน ข้อเรียกร้องก็ยากที่จะสนองตอบ นายจ้างก็ต้องมีความโปร่งใสเป็นพิเศษในเรื่องสถานะทางเศรษฐกิจเพื่อไม่ให้เกิดความหวาดระแวง หรือฉกฉวยสถานการณ์เพื่อเลิกจ้างหรือลดเงินเดือนและว่า
นายกฯยันประชานิยมจำเป็น
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีน.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ระบุประชานิยมถ้าไม่สร้างสรรค์จะเป็นยาเสพติดให้กับประชาชน ว่า วันนี้สิ่งที่ทั่วโลกทำเหมือนกัน เขาไม่เรียกประชานิยม แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มีความจำเป็น เพราะถ้าไม่สามารถรักษากำลังซื้อของประชาชนได้ เศรษฐกิจจะถดถอยและซบเซาอย่างรุนแรง ต้องแยกออกจากแนวคิดใช้นโยบายในลักษณะหาเสียง หรือเพื่อความสะดวกทางการเมือง ต้องหามาตรการให้เงินเข้ากระเป๋าประชาชนให้ได้ ซึ่งอเมริกา จีน ญี่ปุ่นก็ทำ ส่วนการใช้เงินต้องมีเป้าหมาย ไม่ใช่เป็นเงินที่ปล่อยไปแล้วไม่สร้างสรรค์อะไร
ให้ความมั่นใจว่าไม่ต้องการให้ประชาชนเสพติดกับสิ่งเหล่านี้ แต่บังเอิญไทยอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ถ้าเทียบเคียงโครงการที่ทำ กับโครงการที่มักจะมีการรั่วไหลและการกระจุกตัวแล้ว ต้องสามารถกระจายกำลังซื้อได้มากที่สุด ยกเว้นบางโครงการที่เป็นประโยชน์ในแง่โครงสร้างพื้นฐาน ทุกอย่างต้องมีผลตอบแทนกลับมาไม่ใช่เงินที่หายไป นายกฯ ระบุ
ลดภาษีบ้านให้คนรวยแค่แนวคิด
เมื่อถามว่า มีการมองว่านโยบายการลดอัตราดอกเบี้ยอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะออกมา คนได้ประโยชน์คือคนรวย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มาตรการยังไม่มีรายละเอียด เป็นเพียงแนวคิด ต้องดูรายละเอียดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด หมายถึงเน้นคนระดับรากหญ้า เป็นตัวเลขที่บ่งบอกผลกระทบจากการผ่อนบ้านรายได้เท่าไหร่ ต้องเอาตัวเลขมาดูและจะไปให้ตรงจุดที่สุด
กอร์ปศักดิ์ ยันไม่เลือกปฏิบัติ
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเพิ่มค่าลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านหลังใหม่ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อจูงใจให้คนที่มีฐานะดี ตัดสินใจซื้อบ้านมากขึ้น และไม่ได้เลือกปฏิบัติ เพราะรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือทุกธุรกิจที่ประสบปัญหาอยู่แล้ว และในมุมมองของตน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีความสำคัญมาก เพราะเชื่อมโยงกับการว่างงาน เนื่องจากขณะนี้มีบ้านสร้างเสร็จแล้วขายไม่ออกจำนวนมาก จึงต้องกระตุ้นให้คนควักเงินออกมาซื้อบ้านโดยเร็ว จะได้เคลียร์สต็อคให้หมด ถ้าของเก่าขายหมด ก็จะมีการสร้างใหม่ เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ
ถามว่า กังวลจะถูกโจมตีหรือไม่ เพราะบุคคลในรัฐบาลหลายคน ถูกมองว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่าไม่กังวล เพราะเมื่อเข้ามาทำหน้าที่นี้ ต้องกล้าตัดสินใจ และมั่นใจว่าสิ่งที่ทำ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร ทั้งนี้ การใช้มาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมีหลายรูปแบบ เช่น การออกภาษีจูงใจให้ใช้พลังงานทดแทนเป็นต้น
ไม่เห็นด้วยลดภาษีนิติฯ-แว็ต
นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการลดภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะจะทำให้รัฐถูกมองว่าช่วยเหลือบริษัทเอกชน และที่สำคัญไม่มีใครรับประกันได้ว่า เมื่อลดภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้ว บริษัทเอกชนจะไม่ปลดคนงาน ส่วนการลดภาษีมูลค่าเพิ่มคงไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก
นายกอร์ปศักดิ์กล่าวว่า ส่วนการปรับลดภาษีนิติบุคคล และภาษีมูลค่าเพิ่ม (แว็ต) โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย หากมีการปรับลดภาษีนิติบุคคลเป็นการทั่วไป รัฐบาลจะถูกมองว่า ให้การช่วยเหลือบริษัทเอกชน และที่สำคัญไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า เมื่อปรับลดภาษีให้แล้ว บริษัทเอกชนจะไม่ปลดคนงาน ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากมีการปรับลดก็คงไม่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก แต่ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของกระทรวงการคลัง
แบงก์ชี้คนซื้อบ้านหรูได้ลดภาษี
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า การเพิ่มการหักลดหย่อนดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านจาก 1 แสนบาท เป็น 2 แสนบาท จะทำให้ลูกค้าที่ขอสินเชื่อซื้อบ้านวงเงินไม่เกิน 4 ล้านบาทได้ประโยชน์มากที่สุด เพราะเป็นกลุ่มที่ต้องเสียภาษีประมาณ 2 แสนบาท เนื่องจากต้องมีรายได้มากกว่า 8 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งมีประมาณ 30-40% ของลูกค้าที่ขอสินเชื่อบ้านทั้งหมด แต่รัฐบาลต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสองมาตรฐาน(ดับเบิ้ล สแตนดาร์ด)
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสงหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)กล่าวว่า เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว เพราะเป็นการกระตุ้นให้กลุ่มที่มีกำลังซื้อนำเงินออกมาใช้และจะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนต่อได้อีกหลายรอบ และใช้เพียง 1 ปีไม่นานเกินไปจนทำให้ผู้บริโภคเกิดความเคยชิน แต่อยากเสนอให้ครอบคลุมบ้านที่อยู่จริง หรือบ้านมือสองด้วย เพราะจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีขึ้น แทนที่จะให้เฉพาะผู้กู้ซื้อบ้านใหม่เท่านั้น ทั้งนี้ การเพิ่มค่าลดหย่อนดังกล่าว กลุ่มที่ได้ประโยชน์คือผู้ซื้อบ้านระดับราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป หรือมีรายได้ 6 หมื่นบาทต่อเดือน ที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 20% ของจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยแนวราบสร้างใหม่
คนที่ซื้อบ้านระดับ 5 ล้านบาทเป็นกลุ่มคนที่มีกำลังซื้ออยู่แล้ว แต่อาจจะชะลอการตัดสินใจซื้อออกไปด้วยปัจจัยเรื่องเศรษฐกิจ ถ้ามีมาตรการดังกล่าว จะทำให้คนกลุ่มนี้ตัดสินใจซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น นายสัมมากล่าว
กลุ่มแลนด์ฯ-แสนสิริได้อานิสงส์
นายสมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการซื้อบ้านระดับราคา 5-8 ล้านบาท ที่มีประมาณ 50 % ของบ้านสร้างใหม่ แต่ไม่อยากให้มองว่าภาครัฐช่วยเหลือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จำหน่ายบ้านในระดับราคาดังกล่าว เพราะเมื่อผู้ประกอบการขายบ้านได้จะช่วยกระตุ้นธุรกิจภาคอื่นๆ ได้อีกหลายอย่าง เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของตกแต่งบ้าน ไปจนถึงการจ้างงานและมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในตลาดบ้านระดับราคา 5-8 ล้านบาทคือบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
กรณ์หวังอัดฉีดแล้วจีดีพีดีขึ้น
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2552 จะขยายตัว 0-2% ว่า เป็นการตั้งสมมติฐานจากปัจจัยในปัจจุบัน ที่การส่งออก การบริโภคปรับตัวลดลง แต่ยังไม่ได้รวมผลเชิงบวกจากมาตรการที่รัฐบาลจะนำมาใช้ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2552 ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้จีดีพีน่าจะขยายตัวได้มากกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้
ยังไม่ได้ประเมินตัวเลขที่ชัดเจน ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เป็นบวกทุกไตรมาส แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาการขาดดุลแฝด ทั้งการขาดดุลงบประมาณและการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะยอดการส่งออกในเดือนธันวาคมน่าจะลดลงต่อเนื่องจากเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาและจะส่งผลกระทบต่อดุลบัญชีเดินสะพัดได้ นายกรณ์กล่าว
ชงงบ1แสนล.เข้าสภากลางม.ค.
นายกรณ์ กล่าวว่า งบเพิ่มเติม 1 แสนล้านบาทคาดว่าเข้าสภาได้ประมาณเดือนมกราคม 2552 ดังนั้น ในเบื้องต้นอาจต้องให้สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ช่วยปล่อยสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับระบบการเงินประเทศไปก่อน ส่วนที่มีข่าวว่าจะใช้งบ 4 แสนล้านบาทกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทราบว่ามีข้อจำกัดทางกฎหมาย โดยเบื้องต้นสามารถกู้ได้เพิ่มเติมในรูปของการขาดดุลงบประมาณ อีก 1.8 แสนล้านบาท แต่เดิมจะจัดทำงบกลางปีขาดดุลเพิ่ม 1 แสนล้านบาท ดังนั้น ถ้าจะมีความจำเป็นในการอัดฉีดเงินผ่านมาตรการอื่นๆ จะต้องนำมาจากแหล่งเงินอื่นๆ
ที่ผ่านมาสถาบันการเงินของรัฐมีบทบาทสำคัญในการปล่อยสินเชื่อมาก มีสัดส่วนในการปล่อยสินเชื่อสูงกว่าฐานเงินฝาก 100% ขณะที่สถาบันการเงินอื่นๆ จะปล่อยสินเชื่อ 95% จึงต้องไปเร่งบทบาทของสถาบันการเงินรัฐให้ปล่อยสินเชื่อเข้ามาในระบบให้มากขึ้น ซึ่งรัฐบาลกำลังหาแหล่งทุนสนับสนุนการเพิ่มทุนให้แบงก์เหล่านี้ โดยจะไปหารือกับนายกรัฐมนตรี และนายกอปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง นายกรณ์ กล่าว
ัััััััั
ข้อมูลจาก มติชน

0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]
<< หน้าแรก